ไทย | 中文  
 
 

ตระกูลหวาง ของเรา

     ‘หวาง’1 เป็นคำอ่านออกเสียงภาษาจีนกลาง หรือแมนดาริน แปลว่าเหลือง การอ่านออกเสียงที่ถูกต้อง จะต้องอ่าน ‘หว’ ควบกล้ำกันโดย ‘ห’ เป็นเสียงหลัก และ ‘ว’ เป็นเสียงควบ เช่นเดียวกับที่เราอ่านคำว่า ‘ขวาง’ ซึ่งอ่าน ‘ข’ เป็นเสียงหลัก และอ่าน ‘ขว’ ควบกล้ำกัน ‘หวาง’เป็นชื่อสกุลใหญ่ที่มีพลเมืองมากสกุลหนึ่งมีกำเนิดมากว่าสี่พันปี คนจีนที่มีชื่อสกุลว่า ‘หวาง’ จะเรียกเป็นภาษาจีนกลางว่าคน ซิ่งหวาง2 คนแต้จิ๋วจะเรียกว่า แซ่อึ๊ง คนแคะจะเรียก เซี่ยงหว่อง หรือ เซี้ยงหว่อง แล้วแต่พื้นที่ คนกวางตุ้งจะเรียกเซ็งหว่อง คนไหหลำจะเรียก เต้อุ่ย ซึ่งเป็นความหมายเดียวกัน

     หวาง หรือ เหลือง มีความเกี่ยวพันกับจีนอย่างลึกซึ้ง ที่ราบสูงที่อยู่ทางทิศพายัพของประเทศจีนมีพื้นดินเป็นสีเหลือง มีชื่อว่าหวางถู่เกาเหวียน3 หรือที่ราบสูงดินเหลือง แม่น้ำสายหลักที่เป็นต้นกำเนิดอารยธรรมของคนจีน เปรียบเสมือนแม่น้ำมารดาของประเทศที่ไหลผ่านที่ราบสูงแห่งนี้มีชื่อว่าแม่น้ำเหลือง4 และน้ำในแม่น้ำนี้ก็มีสีเหลือง ผิวหนังบนร่างกายของคนจีนเป็นสีเหลืองอ่อน ชนชาวโลกจำแนกคนจีนเป็นชนผิวเหลือง5   เครื่องฉลองพระองค์ของกษัตริย์ใช้สีเหลือง

     ตามประวัติศาสตร์จีน หวางตี้6 ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์ของประเทศจีน พระองค์ทรงปรีชาสามารถในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการศึกสงคราม การปกครอง การผลิตสิ่งของเครื่องใช้

1 หวาง
2 ซิ่งหวาง แซ่อึ๊ง เซี่ยงหว่อง เซี้ยงหว่อง เซ็งหว่อง เต้อุ่ย
3 หวางถู่เกาเหวียน
4 แม่น้ำเหลือง
5 ชนผิวเหลือง
6 หวางตี้

姓黃
黃土高原
黃河
黃種人
黃帝

ต่างๆ พระองค์สามารถประดิษฐ์เข็มทิศมาใช้ในการรบ สมัยนั้นมีชนเผ่าที่เข้มแข็งเผ่าหนึ่งที่มีผู้นำชื่อ ชือิ๋ว7 หรือชีอิ้ว มีกองทัพที่เกรียงไกรแผ่อิทธิพลไปกว้างไกล พระองค์ล่อให้กองทัพของชือิ๋ว บุกขึ้นไปทางเหนือ จนถึงสถานที่หนึ่งชื่อจัวลู่8 หรือภาษาแต้จิ๋วว่า ตกเต๊ก อาศัยอากาศช่วงฤดูหนาว ปกคลุมไปด้วยหมอก กองทัพข้าศึกไม่คุ้นกับสมรภูมิและทัศนวิสัยที่จำกัดทำให้กองทัพแตกขบวน ในขณะที่กงซุนซวินเหวียน9 หรือ กงซุงฮึงฮ้วง พระนามในขณะนั้นนำเข็มทิศมาใช้ สามารถเคลื่อนพลไปตามทิศทางที่ต้องการ ทำให้ได้ชัยชนะในศึกครั้งนั้น และผนวกชนเผ่าต่างๆเข้าด้วยกันจนเป็นปึกแผ่นในเวลาต่อมา ถือเป็นการเริ่มต้นของประวัติศาสตร์จีน ชนเผ่าต่าง ๆ ได้สนับสนุนพระองค์เป็นปฐมกษัตริย์ของประเทศจีน ทรงขนานพระนามว่า หวางตี้ หวางแปลว่าเหลือง ตี้คือกษัตริย์ หรือที่เรานิยมเรียกว่าฮ่องเต้ เหตุที่ทรงขนานพระนามว่า หวางตี้ คือ ประเทศจีนเรียกตามภาษาจีนกลางว่า จงกั๋ว10 หรือ ภาษาแต้จิ๋วว่า ตงกก แปลว่าประเทศศูนย์กลาง หมายถึงประเทศจีนเป็นศูนย์กลางของอาณาดินแดนทั้งมวล ตามปรัชญาจีน ศูนย์กลางถือเป็นธาตุดิน ซึ่งมีสีเหลือง11 คำว่าหวางตี้ จึงมีความหมายว่า กษัตริย์ที่เป็นศูนย์กลางของชนทั่วหล้า คนจีนนับถือหวางตี้เป็นบรรพบุรุษรวมของคนจีนทั้งหมด หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คนจีนทั้งหมดต่างเป็นลูกหลานของหวางตี้


 7  ชือิ๋ว ชีอิ้ว
 8  จัวลู่ ตกเต๊ก
 9  กงซุนซวินเหวียน กงซุงฮึงฮ้วง
10 จงกั๋ว ตงกก
蚩尤
涿鹿
公孫軒轅
中國
11 ธาตุดิน มีสีเหลือง - ตามปรัชญาจีน มีการจำแนกธาตุทั้ง 5 คู่กับทิศ และสีดังนี้
ห้าทิศ 五方 ห้าสี 五色 ห้าธาต ุ五行
บูรพา เขียว ไม้
ทักษิณ แดง ไฟ
ศูนย์กลาง เหลือง ดิน

     หวางตี้มีลูกหลานสืบทอดมาถึงรุ่นที่ 6 คนหนึ่งชื่อหวิน หรือฮุ้ง แปลว่าเมฆ เป็นบุตรคนที่สองของลู่จงกง12 หรือ เลกจงกง ได้รับพระราชทานเมืองหวางกั๋ว13 หรืออึ๊งกก แปลว่า เมืองเหลือง จึงใช้ชื่อเมืองเป็นชื่อสกุล อีกตำนานหนึ่งระบุว่า วันที่ ฮุ่ยเหลียน14 หรือฮุ่ยเลี้ยง ชื่อเดิมของหวิน หรือฮุ้ง ได้รับพระราชทานเมือง มีเมฆสีเหลืองปรากฎทางทิศทักษิณ กษัตริย์ทรงปลื้มปิติและกราบไหว้เมฆเหลืองอันพึงอัศจรรย์นั้น และประทานชื่อสกุลว่า หวาง หรืออึ้ง และชื่อเมืองเป็นหวาง หรือ อึ๊ง เช่นกัน หวางหวินกง15 หรืออึ๊งฮุ้งกงจึงเป็นปฐมบรรพบุรุษต้นตระกูลของสกุลหวาง (อึ๊ง หว่อง อุ่ย) เมืองหวางอยู่ที่มณฑลเหอหนาน16 ในปัจจุบัน ซึ่งมีประวัติสี่พันสามร้อยกว่าปี อย่างไรก็ดี ต้องเข้าใจว่าข้อมูลเกี่ยวกับต้นตระกูลหวางมีหลายแบบ แต่ที่กล่าวมานี้เพียงเป็นแบบที่ชาวตระกูลหวางส่วนใหญ่เชื่อถือ และศาลบรรพชนจะบูชาท่าน หวางหวินกง หรือ อึ๊งฮุ้งกง เป็นปฐมบรรพบุรุษต้นตระกูล

     เมื่อลูกหลานตระกูลหวางได้แพร่ขยายเผ่าพันธุ์ไปอย่างกว้างขวาง จนเป็นตระกูลใหญ่ และแตกแขนงไปสถานที่ต่างๆ แคว้นที่ลูกหลานตระกูลหวางมีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์คือแคว้นเจียงเซี่ย หรือกังแห่ และแคว้นเจียงเซี่ย17 หรือกังแห่ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลหวาง กล่าวคือถ้าเอ่ยถึงคำว่าเจียงเซี่ย หรือ กังแห่ ก็จะเป็นที่เข้าใจว่าหมายถึงตระกูลหวาง เพราะฉะนั้น ลูกหลานตระกูลหวางมักนำชื่อเจียงเซี่ย หรือ กังแห่ เป็นชื่อศาลบรรพชน เรียกกว่าเจียงเซี่ยถัง18 หรือ กังแห่ตึ๊ง


12 ลู่จงกง เลกจงกง
13 หวางกั๋ว อึ๊งกก
14 ฮุ่ยเหลียน ฮุ่ยเลี้ยง
15 หวางหวินกง อึ๊งฮุ้งกง
16 เหอหนาน
17 เจียงเซี่ย กังแห่
18 เจียงเซี่ยถัง กังแห่ตึ๊ง
陸終公
黃國
惠連
黃雲公
河南
江夏
江 夏 堂

     ในแคว้นเจียงเซี่ยมีท่านทวดท่านหนึ่ง ชื่อว่า หวางเซียง19 หรือ อึ้งเฮียง นับจาก หวางหวินกงเป็นเหลนรุ่นที่ 83 มีชื่อเสียงมากด้านความกตัญญู เป็น 1 ใน 24 ยอดกตัญญูของคนจีน เมื่อเยาว์วัยก็ได้รับการขนานว่า “ใต้ฟ้าไร้สอง เด็กชายเจียงเซี่ย”20 คือท่านนอกจากเป็นยอดกตัญญูแล้ว ยังมีความสามารถทางวิชาความรู้ การปกครอง ถึงแม้ท่านกำเนิดจากครอบครัวที่ยากจน ก็ใฝ่ศึกษาจนสามารถเป็นขุนนางในตำแหน่งสูงเมื่อเติบใหญ่ ปกครองประชาชนด้วยความรัก คอยขจัดทุกข์ภัย จนเป็นที่รักใคร่ของชนทั่วไป ชาวตระกูลหวางที่เกาะไหหลำส่วนหนึ่ง นับถืออากงท่านนี้เป็นปฐมบรรพบุรุษของแคว้นเจียงเซี่ย ซึ่งอันที่จริงแคว้นเจียงเซี่ยมีกำเนิดขึ้นก่อนอากงท่านนี้เป็นเวลานานแล้ว

     ลำดับจากปฐมบรรพบุรุษหวางหวินกง ถึงรุ่นที่ 119 น้องเล็กคนที่ 5 มีชื่อว่าเซียวซัน หรือ เซียวซัว พวกเราเรียกท่านทวดว่าเซียวซันกง21 หรือ เซียวซัวกง อากงท่านนี้เป็นคนมีบุญและมีความรู้ รับราชการอยู่ในราชวงค์ซ่ง22 ท่านมีภรรยา หรือพวกเราเรียกอาม่า 3 คน เป็นคนซิ่งซั่งกวน23 อู๋ และเจิ้ง หรือภาษีแต้จิ๋วแซ่เซี่ยงกัว โง้ว และแต้ เซียวซันกงมีบุตรชายกับอาม่าทั้ง 3คน ๆ ละ 7 คนรวม 21 คน เมื่อเซียวซันกงมีอายุ 66 ปี ได้เรียกประชุมลูกหลาน แล้วมอบนโยบายให้ลูก 21 คนให้พาครอบครัวแยกย้ายกันไปหาภูมิลำเนาที่อุดมสมบูรณ์ทำมาหาเลี้ยงชีพ พร้อมทั้งมอบกลอนบทหนึ่งให้ทุกคนจดจำ เพื่อหลานเหลนรุ่นหลังพบกันในภายภาคหน้า หากสามารถท่องกลอนบทนี้ได้ หมายความว่าเป็นญาติพี่น้องที่มาจากบรรพบุรุษสายเดียวกัน ให้ต้อนรับแบบคนในครอบครัว ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สองคำสุดท้ายของกลอนบทนี้อ่านว่าจี้อชัง หรือจี้เชียง แปลว่าเจริญรุ่งเรือง ดังนั้น ศาลบรรพชนบางแห่งจึงใช้ชื่อเป็น จื้อชังถัง หรือ จี้เชียงตึ๊ง24 ชาวตระกูลหวางที่มีถิ่นฐานอยู่ทางตอนใต้ของจีนส่วนใหญ่จะ
เป็นหลานเหลนท่านทวดเซียวซันกง อาจเรียกว่าเป็น จือ25 หรือ ไพ่ ที่ใหญ่ที่สุดของชาวตระกูลหวาง

19 หวางเซียง อึ้งเฮียง
20 ใต้ฟ้าไร้สอง เด็กชายเจียงเซี่ย
21 เซียวซันกง เซียวซัวกง
22 ราชวงค์ซ่ง หรือ ราชวงค์ซ้อง
23 ซิ่งซั่งกวน อู๋ เจิ้ง แซ่เซี่ยงกัว โง้ว แต้
24 จื้อชังถัง จี้เชียงตึ๊ง
25 จือ หรือ ไพ่
黃香
天下無雙   江夏黃童
峭山公
宋朝
上官,吳,鄭
熾昌堂
支、派

     จือ หรือ ไพ่ หมายถึงสาขา หรือ พวก คล้ายกับกิ่งก้านสาขาที่ขยายออกไปของต้นไม้ใหญ่ มักใช้ชื่อบรรพบุรุษที่เป็นศูนย์รวมของลูกหลานเหลนเป็นชื่อจือ หรือ ไพ่ บรรพบุรุษบางท่านได้รับแต่งตั้งไปเป็นเจ้าเมือง และตั้งรกรากมีลูกหลานเหลนในสถานที่อยู่ใหม่นั้น ลูกหลานเหลนในรุ่นต่อมาก็อาจใช้ชื่อบรรพบุรุษท่านที่เริ่มไปตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นชื่อจือหรือไพ่นั้น ๆ

     จวีเจิ้งกง26 หรือกือเจี่ยกง บรรพบุรุษรุ่นที่ 105 เป็นผู้มีความรู้ดี รับราชการตั้งแต่เป็นจอหงวน จนได้ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามลำดับ ท่านย้ายมาอยู่ที่มณฑลกวางตุ้งในสมัยกลางราชวงค์ซ่ง ลูกหลานเหลนชาวตระกูลหวางที่พูดภาษากวางตุ้งนับถือท่านจวีเจิ้งกง หรือกือเจี่ยกง เป็นปฐมบรรพบุรุษของจือหรือ ไพ่

     ไม่ว่าจะมีจือ หรือ ไพ่ จำนวนเท่าไร ชาวตระกูลหวางทุกคน ก็ถือมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน ดังคำว่า วั่นไพ่ถงเหวียน27 หรือ บ่วงไผ่ตั่งง้วง แปลว่า หมื่นสาขาหมื่นพวกมาจากต้นธารสายน้ำเดียวกัน เป็นตระกูลเดียวกัน ซึ่งทุกท่านทราบดี คนแซ่เดียวกันจะไม่แต่งงานกัน เพราะเป็นพี่น้องตระกูลเดียวกัน


26 จวีเจิ้งกง กือเจี่ยกง ข้อมูลแหล่งหนึ่งว่าเป็นรุ่นที่ 105
27 วั่นไพ่ถงเหวียน บ่วงไผ่ตั่งง้วง
居正公
萬派同源

ขณะที่ข้อมูลอีกแหล่งว่าเป็นรุ่นที่ 144 ซึ่งต่างกันมาก หากศึกษาจากประวัติเซียวซันกง รุ่นที่ 119 เกิดเมื่อสมัยราชวงค์จิ้นหลัง และมาเริ่มรับราชการต้นราชวงค์ซ่งในสมัยปฐมกษัตริย์ซ่งไท่จู่ 宋太祖 ขึ้นเสวยราชบัลลังก์ปีที่ 3 ในขณะที่จวีเจิ้งกงได้เป็นจอหงวนในสมัยซ่งเซี่ยวจง 宋孝宗 ปีที่ 2 หรือปีที่ 209 ของราชวงค์ซ่ง ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์ที่ 11 ฉะนั้น จวีเจิ้งกงน่าจะลำดับรุ่นที่เท่าไร ต้องค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2464(ค.ศ.1921) หลานเหลนสายจวีเจิ้งกง ได้จัดงานฉลองครบรอบ 750 ปีกำเนิดไพ่นี้ ถึงปัจจุบันเท่ากับไพ่นี้มีอายุ 832 ปีแล้ว

     ชาวตระกูลหวางได้อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทย ไม่มีข้อมูลให้ค้นคว้าว่าเริ่มตั้งแต่สมัยใด ประเมินว่าปัจจุบันมีชาวตระกูลหวางในประเทศไทยประมาณหนึ่งล้านคน มีชาวตระกูลหวางสร้างความเจริญ และประโยชน์แก่ประเทศชาติ และเป็นเกียรติประวัติของชาวตระกูลหวางอย่างมาก อาทิ นายพจน์ สารสิน อดีตนายกรัฐมนตรี คุณบุญชู โรจนเสถียร28 พล ต.อ. เภา สารสิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์29 อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คณบดีเศรษฐศาสตร์และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น

     ชาวตระกูลหวางเป็นผู้มีความกตัญญู รำลึกถึงบรรพชนหรือรากแก่นของต้นตระกูลอยู่เสมอ เมื่อเกือบร้อยปีก่อน ชาวตระกูลหวางที่พูดภาษากวางตุ้งได้ก่อตั้งมูลนิธิตระกูลหว่อง และสร้างศาลบรรพชน หวางเจียงเซี่ยถัง30 หรือหว่องกองห่าถ่อง หรืออึ๊งกังแห่ตึ๊ง ซึ่งเดิมตั้งที่ตรอกเซียงกง ภายหลังประสพอัคคีภัย คุณไว ว่องตระกูล31 ได้บริจาคที่ดิน 193 ตารางวาที่ตรอกตำบีซา(สีลม 11) ถนนสีลมเพื่อก่อสร้างศาลบรรพชนใหม่ และย้ายเข้าอยู่สถานที่แห่งใหม่นี้ในปี พ.ศ.2478 เมื่อปีพ.ศ.2488 ก่อตั้งโรงเรียนจี้จึ้ง32 หรือโรงเรียนโกยเจง คนแต้จิ๋วเรียกโรงเรียนกือเจี่ย ในสถานที่เดียวกัน ได้จัดการสอนวิชาความรู้ให้แก่เด็กนักเรียนโดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน คณะกรรมการมีความภาคภูมิใจมากที่มูลนิธิเล็กๆแห่งนี้ เป็นผู้บุกเบิกในการให้วิชาความรู้แก่เยาวชนโดยไม่หวังผลตอบแทน ปีพ.ศ.2497 ยื่นขอจดทะเบียนมูลนิธิกับทางราชการ และได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2500 ปีพ.ศ. 2511 คุณปั้น ว่องวิวรรธน์33 ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานมูลนิธิ ปลายปี พ.ศ. 2532 คณะกรรมการมีมติให้ปรับปรุงหิ้งบูชาบรรพบุรุษให้สวยงาม ประดับด้วยรูปแกะสลักมังกร กิเลน หงส์ และนกกระเรียนตามศิลปกรรมแบบจีน ปี พ.ศ.2534 และ พ.ศ.2541 ได้บูรณะห้องเรียน ห้องครูใหญ่ ห้องสุขาของโรงเรียนจี้จึ้งให้


28 คุณบุญชู โรจนเสถียร
29 ดร.ป๋วย อี๊งภากรณ์
30 หวางเจียงเซี่ยถัง หว่องกองห่าถ่อง อึ๊งกังแห่ตึ๊ง
31 คุณไว ว่องตระกูล
32 โรงเรียนจี้จึ้ง โรงเรียนโกยเจง โรงเรียนกือเจี่ย
33 คุณปั้น ว่องวิวรรธน์
黃聞波
黃培謙
黃江夏堂
黃宣義
居正學校
黃社斌

มีบรรยากาศน่าศึกษาเล่าเรียนยิ่งขึ้น โดยคณะกรรมการยังคงรับภาระค่าเล่าเรียนของนักเรียนตลอดมา กระทั่งปีการศึกษา พ.ศ.2545 เนื่องจากกฏระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการที่เข้มงวดเกี่ยวกับสถานศึกษาต้องมีสนามตามที่กำหนด ซึ่งสถานที่ของโรงเรียนไม่อำนวย เป็นที่น่าเสียดายของคณะกรรมการที่มีเจตนาส่งเสริมการศึกษาที่บริสุทธิ์ที่ได้เสียสละมาหลายสิบปีต้องยุติลง และในปี 2545 คุณสัมพันธ์ จันทรประสิทธิ์34 ได้รับเลือกเป็นประธานมูลนิธิต่อจากคุณปั้น ว่องวิวรรธน์ มูลนิธิหวางเจียงเซี่ยถังนี้ จะประกอบพิธีไหว้บรรพชนปีละสองครั้ง คือ วันเชงเม้ง35 ตรงกับวันที่ 5 เมษายน และวันสารทจีน36 (ประมาณเดือนสิงหาคม) หลังจากพิธีไหว้บรรพชน จะแจกหมูย่างให้แก่ลูกหลานที่มาไหว้บรรพชนเพื่อเป็นศิริมงคลตามธรรมเนียมคนจีนกวางตุ้ง และจัดเลี้ยงสังสรรค์กันตอนกลางคืน

     เมื่อประมาณกว่าแปดสิบปีก่อน ชาวตระกูลหวางย่านตลาดพลู ฝั่งธนบุรี นำโดยคุณหวางกั๋วเซิ่ง37 หรืออึ๊งก๊กเส็ง ซึ่งเป็นชาวสวนได้ร่วมกับพี่น้องร่วมตระกูลก่อสร้างศาลเจ้าอึ้งตระกูล38 ด้วยวัสดุที่พอหาได้ของชาวสวน หลังคาศาลมุงด้วยใบจาก เพื่อประกอบพิธีไหว้บรรพชน สังสรรค์ และเชื่อมไมตรีระหว่างพี่น้องร่วมตระกูล และเป็นที่สถิตป้ายวิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว กระทั่งปี พ.ศ.2480 ได้ก่อสร้างศาลบรรพชนขึ้นใหม่ ด้วยวัสดุที่แข็งแรงทนทานถาวร ต่อมาปี พ.ศ. 2493 ได้ก่อสร้างอาคารสองข้างของศาลบรรพชนเพิ่มเติม ทำให้ศาลบรรพชนแลดูสง่ายิ่งขึ้น ปี พ.ศ. 2543 ได้ทำการบูรณะครั้งใหญ่เช่นเทพื้นคอนกรีตเพิ่มเติมด้านหลัง ปูกระเบื้องใหม่ สร้างห้องสุขาใหม่ กั้นห้องทำงาน และทาสีใหม่เป็นต้น ที่ศาล จะประกอบพิธิไหว้บรรพชนปีละสองครั้งเป็นประจำ คือวันที่ 18 เดือนยี่ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ซึ่งเป็นวันครบรอบวันล่วงลับของบรรพบุรุษเซียวซันกง หรือเซียวซัวกง ถือเป็นพิธีชุนจี้39 หรือ ชุงจี่ แปลว่าการประกอบพิธีไหว้บรรพชนฤดูใบไม้ผลิ และอีกครั้งหนึ่งเป็นพิธีตงจี้40 หรือ


34 คุณสัมพันธ์ จันทรประสิทธิ์
35 วันเชงเม้ง
36 วันสารทจีน
37 หวางกั๋วเซิ่ง อึ๊งก๊กเส็ง
38 ศาลเจ้าอึ้งตระกูล
39 ชุนจี้ ชุงจี่
40 ตงจี้ ตังจี่
黃保森
清明節
中元節
黃國盛
黃氏大宗祠
春祭
冬祭

หรือตังจี่ แปลว่าการประกอบพิธีไหว้บรรพชนฤดูหนาว ตรงกับวันเทศกาลตงจื้อ41 หรือ ตังจี่ แปลว่าถึงฤดูหนาวแล้ว ในเทศกาลนี้ชาวจีนจะนำขนมบัวลอยมาไหว้เจ้า และบรรพชน มีความหมายว่าสามัคคีกลมเกลียว และเตรียมต้อนรับศักราชใหม่ ซึ่งอยู่ประมาณวันที่ 22 ธันวาคม ประธานคณะกรรมการดูแลศาลเจ้าอึ้งตระกูลคนปัจจุบันคือ ดร.ทรงสิน คุณัตถานนท์42

     องค์กรของชาวตระกูลหวางอีกแห่งหนึ่งคือ มูลนิธิกังเฮ่อึ๊งตระกูล43 ตั้งอยู่เลขที่ 732-732/1-2 ถนนเจริญกรุง สามแยก เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ได้เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2498 เพื่อแสวงหาที่ดิน ที่มีภูมิลักษณะงดงามตามหลักฮวงจุ้ย ไว้สร้างสุสานของชาวตระกูลหวาง เพื่อฝังศพผู้ล่วงลับไปแล้ว ให้เกิดความเจริญให้แก่ลูกหลานตามปรัชญาของคนจีน ประจวบกับซินแสอึ้งกิมเล้ง มีที่ดินเหมาะสมตามที่ต้องการจำนวน 9 ไร่ อยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีจะขาย ผู้เริ่มก่อการหกคนแรก จึงได้ออกเรี่ยไรจากชาวตระกูลหวางด้วยกัน ปรากฏว่าได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องชาวตระกูลหวาง 74 คน ได้เงินทุน 92,100 บาท และได้ยื่นจดทะเบียนสร้างสุสาน “อึ้งสีกังเฮ่ซัวจึง”44 แล้วได้เลือกสรรชัยภูมิหลักของสถานที่ ก่อสร้าง ”สุสานเซียวซันกง” เพื่อเป็นการเคารพต่อบรรพบุรุษ และสร้างศาลาพิธี ศาลตั้งป้ายบรรพบุรุษ และอื่นๆ

     ตามวัตถุประสงค์เดิม “อึ้งสีกังเฮ่ซัวจึง” จะใหัฝังศพแก่ชาวตระกูลหวางเท่านั้น แต่ภายหลัง มีคนแซ่อื่นมาขอฝังศพในสุสานอยู่เสมอ คณะกรรมการจึงได้ประชุม เห็นว่ากิจการสุสาน จะกำหนดเฉพาะตระกูลแซ่เดียวไม่ได้ และคนแซ่อื่นก็เป็นชาวจีนเหมือนกัน ต่างก็เป็นญาติพี่น้องกัน ไม่สมควรแบ่งแยกกัน จึงมีมติอนุมัติให้คนแซ่อื่นมาฝังศพในสุสานได้ กิจการของ “อึ้งสีกังเฮ่ซัวจึง” ในการบริหารของ ดร.ทรงสิน คุณัตถานนท์ และคณะกรรมการ ด้วยความเสียสละ ไม่มีเงินเดือน ร่วมแรงร่วมใจการทำงานอย่างแข็งขัน กิจการจึงมั่นคงเรียบร้อย


41 ตงจื้อ ตังจี่
42 ดร.ทรงสิน คุณัตถานนท์
43 มูลนิธิกังเฮ่อึ๊งตระกูล
44 อี๊งสีกังเฮ่ซัวจึง
冬至
黃同青
黃氏江夏慈善會
黃氏江夏山莊

และเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด จากเริ่มต้นสุสานมีที่ดิน 9 ไร่ ได้ขยายมาถึงปัจจุบันมีที่ดิน 413 ไร่ 1 งาน 56 ตารางวา

     เมื่อกิจการของสุสานอยู่ในฐานะมั่นคงแล้ว คณะกรรมการเห็นว่า ควรทำประโยชน์ให้สังคมกว้างขวางยิ่งขึ้น จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น“มูลนิธิกังเฮ่อึ้งตระกูล” โดยมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสพอัคคีภัย อุทกภัย ตลอดจนภัยธรรมชาติอื่นๆ ให้ความช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ยากไร้โดยไม่คิดมูลค่า ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนและนักศึกษาที่เรียนดีแต่ยากจน และให้รางวัลแก่ผู้มีผลการเรียนดี สร้างสุสานเพื่อฝังศพแก่ผู้ขาดทุนทรัพย์โดยไม่คิดมูลค่า และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ สาธารณกุศลอื่นๆ ส่วนสุสาน อึ้งสีกังเฮ่ซัวจึง ให้อยู่ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการ มูลนิธิกังเฮ่อึ้งตระกูล เช่นเดิมต่อไป

     การก่อตั้งสมาคมตระกูลหวางแห่งประเทศไทย เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2503 โดยการดำริของนายอึ้งแปะเฮง กับนายอี้งแป่ฮุก45 เชิญชาวตระกูลหวางกลุ่มหนึ่งหารือกันเพื่อก่อตั้งสมาคมตระกูลหวางแห่งประเทศไทย46 ต่อมาปีพ.ศ.2504 ได้คัดเลือกคณะผู้ก่อตั้งสมาคมอย่างเป็นทางการ โดยขอยืมใช้สถานที่สมาคมพ่อค้าข้าว ถนนสาธรเหนือเป็นที่ติดต่อชั่วคราว และย้ายไปใช้สำนักงานบริษัท ธัญญะไทย จำกัดของคุณอัมพร บูลภักดิ์47 ที่ซอยประชุม ถนน สุรวงศ์ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2505 ได้รับอนุญาตจัดตั้งสมาคมตามกฏหมาย ต้นปีพ.ศ.2506 คณะผู้จัดตั้งสมาคมได้ประชุมกันและประกาศรับสมัครสมาชิก ระหว่างนี้ได้รับความอนุเคราะห็จากคุณอุ่ยบุ่นปิน48 ให้ยืมตึกสามชั้นสองคูหาที่ถนนจักรเพชรเป็นสำนักงาน มีชาวตระกูลหวางสมัครเป็นสมาชิก 253 คน จัดประชุมใหญ่ก่อตั้งสมาคมเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2506 เลือกตั้งคุณอัมพร บูลภักดิ์เป็นนายกสมาคมท่านแรก อาศัยตึกของคุณอุ่ยบุ่นปินอยู่ 2 ปี ก็เช่าบ้านตั้งสำนักงานแห่งใหม่ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ไม่นานนักเจ้าของต้องการขายบ้าน จึงย้ายออกไปเช่าที่ทำการใหม่ที่ถนนพลับพลาชัยเป็นเวลา 2 ปี และในสมัยคณะกรรมการบริหาร


45 นายอึ้งแปะเฮง กับนายอึ้งแป่ฮุก
46 สมาคมตระกูลหวางแห่งประเทศไทย
47 คุณอัมพร บูลภักดิ์
48 คุณอุ่ยบุ่นปิน
黃伯興     黃病佛
泰國黃氏宗親總會
黃作明
黃聞彬

รุ่นที่ 3 ซึ่งมีคุณมนู วรรณพานิชย์49 เป็นนายกสมาคม เห็นว่าควรมีที่อยู่ถาวรสักแห่ง จึงได้เซ้งตึกสามคูหาที่จุฬาซอย 2 ถนนบรรทัดทอง ย้ายเข้าทำงานเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2511 นับว่าได้ที่ตั้งสำนักงานถาวร หลังจากที่ต้องโยกย้ายที่ทำการหลายครั้ง อย่างไรก็ดี หากกาลเวลาผ่านไป อายุสัญญาเซ้งก็จะครบกำหนด จะเป็นภาระแก่คนรุ่นหลังในการต่อสัญญา คณะกรรมการรุ่นที่ 4 ก็ได้ซื้อที่ดินบริเวณซอยกิ่งเพชรหนึ่งแปลง มีพื้นที่ 1,462 ตารางวา แต่เนื่องจากปัญหาทางเข้าออก เกิดพิพาทกับผู้อาศัยละแวกใกล้เคียง ต่อสู้คดีถึง 10 ปี จึงชนะคดี คณะกรรมการบริหารรุ่นที่ 8 และคณะกรรมการก่อสร้างศาลบรรพชน เห็นว่าถึงแม้ที่ดินจะสวย หากขาดความปรองดองกับบ้านใกล้เรือนเคียง อาจเกิดความขัดแย้งอย่างอื่นในอนาคต จึงมีมติหาซื้อที่ดินที่เหมาะสมใหม่ ในสมัยคณะกรรมบริหารรุ่นที่ 8 มีคุณทวีวัฒน์ รัชตะทรัพย์50 เป็นนายกสมาคม สามารถซื้อที่ดินแปลงที่สร้างศาลบรรพชนในปัจจุบัน มีพื้นที่ 4 ไร่ อยู่ในซอยซอยรามคำแหง 1 (ซอยมูลทรัพย์) ถนนรามคำแหง แขวงคลองตัน ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ศาลบรรพชนตระกูลหวางแห่งประเทศไทย โดยอดีต ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี บุญชู โรจนเสถียรเป็นประธาน เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2522 ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 5 ปี และประกอบพิธีเปิดป้ายศาลบรรพชนเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2527 โดยอดีต ฯพณฯนายกรัฐมนตรี พจน์ สารสิน เป็นประธาน กว่าจะได้สิ่งที่ปรากฏให้เราได้เห็นในปัจจุบัน ผู้ใหญ่และคณะกรรมการรุ่นก่อน ๆ ต้องประสพปัญหาและอุปสรรคนานัปการ

     มีสิ่งที่น่าชื่นชมของชาวตระกูลหวาง และเป็นตัวอย่างของรุ่นหลังคือความสามัคคีของชาวตระกูลหวาง แม้มาจากต่างแคว้นต่างมณฑลของประเทศจีน ต่างร่วมแรงร่วมใจกันจัดตั้งสมาคมจนสำเร็จ รายชื่อเป็นภาษาจีนของผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมปรากฎที่หน้า 316 ในหนังสือนี้ คือประกอบด้วยคนแต้จิ๋ว 83 คน กวางตุ้ง 18 คน แคะ 18 คน ไหหลำ 13 คน ไต้หวัน 7 คน ฮกเกี้ยน 5 คน เจียงเจอะ 5 คน


49 คุณมนู วรรณพานิชย์
50 คุณทวีวัฒน์ รัชตะทรัพย์
黃炳金
黃繼蘆

     ในสมัยคณะกรรมการบริหารรุ่นที่ 15 มีคุณบรรยง พิทักษ์พงศ์สนิท51 เป็นนายกสมาคม ซึ่งเป็นช่วงที่สมาคมสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงินได้แล้ว สมาคมฯได้สมัครเป็นสมาชิกสมาคมตระกูลหวางสากล เพราะก่อนหน้านี้ เวลาสมาคมจัดคณะไปร่วมงานประชุมสมาคมตระกูลหวางสากล52 เราอยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น หลังจากสมัครเป็นสมาชิกสมาคมตระกูลหวางสากลแล้ว ทางสมาคมตระกูลหวางสากลก็มีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมาคมตระกูลหวางสากลในครั้งต่อไป ดังนั้นในปี พ.ศ.2541 ทางสมาคมฯ ได้จัดคณะใหญ่มีผู้ร่วมเดินทาง 100 คน มีคุณสมบูรณ์ สุริยบูรพกูล53 เป็นหัวหน้าคณะเข้าร่วมประชุมสมาคมตระกูลหวางสากลสมัยที่ 7 ครั้งที่ 1 ที่กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี รับมอบธงสมาคมตระกูลหวางสากล เพื่อเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งต่อไปอย่างเป็นทางการ

     สมัยคณะกรรมการบริหารรุ่นที่ 17 มีคุณสมบูรณ์ สุริยบูรพกูล เป็นนายกสมาคม วันที่ 4 และ 5 ธันวาคม พ.ศ.2542 สมาคมตระกูลหวางแห่งประเทศไทย ร่วมกับศาลเจ้าอึ๊งตระกูล(ธนบุรี) มูลนิธิกังเฮ่อึ๊งตระกูล และ มูลนิธิหวางเจียงเซี่ยถัง ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาคมตระกูลหวางสากลสมัยที่ 7 ครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ มีพี่น้องชาวตระกูลหวางจาก 12 ประเทศ รวมกว่า 30 คณะ และจากทุกทิศทั่วไทยเกือบ 3000 คนเข้าร่วมในงานนี้ เริ่มจากคณะต่างๆ เข้ารายงานตัวในเช้าวันที่ 4 แล้วแต่ละคณะเข้าทำความเคารพบรรพชนในศาล ถ่ายรูปร่วมกันเป็นกลุ่ม จากนั้นทำพิธีไหว้บรรพชนตามธรรมเนียมโบราณ พลอากาศเอกหวางเสี่ยนหยง54     ผู้แทนการค้าและวัฒนธรรมสาธารณรัฐจีน มาร่วมงานไหว้บรรพชนนี้ด้วย และรับประทานอาหารหลังพิธีไหว้บรรพชน ช่วงบ่ายมีการประชุมกรรมการสมาคมตระกูลหวางสากล ณ ห้องประชุมสมาคมฯ กลางคืนมีงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ภัตตาคารโกลเด้นฮอล ถนนสาทร และในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนม์พรรษาครบหกรอบ


51 คุณบรรยง พิทักษ์พงศ์สนิท
52 สมาคมตระกูลหวางสากล
53 คุณสมบูรณ์ สุริยบูรพกูล
54 พลอากาศเอกหวางเสี่ยนหยง
黃木榮
世界黃氏宗親總會
黃大慶
黃顯榮空軍上將

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การประชุมจัดขึ้นที่คอนเวนชั่นฮอล เซ็นทรัลพลาซ่า ซึ่งงานนี้มีเจตนาให้คณะผู้แทนตระกูลหวางที่มาจากต่างประเทศ และภายในประเทศไทยร่วมเฉลิมพระชนม์พรรษาครบหกรอบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกับงานประชุมสมาคมตระกูลหวางสากล (ปกติสมาคมตระกูลหวางสากลจัดประชุมเดือนตุลาคม) มีพิธีเปิดงานที่ยิ่งใหญ่ แขกผู้มีเกียรติให้เกียรติมางานมากมาย การประชุมได้ดำเนินไปตลอดวัน และตอนท้ายของการประชุม มีพิธีส่งมอบธงสมาคมตระกูลหวางสากลให้แก่ผู้แทนประเทศเจ้าภาพปีถัดไป คือประเทศอินโดนีเซีย รัฐมนตรีท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซียที่ร่วมเดินทางมาด้วย ได้ขึ้นกล่าวต้อนรับล่วงหน้าการประชุมสมาคมตระกูลหวางสากลที่จะจัดที่อินโดนีเซียปีหน้า และถือโอกาสประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย ตอนกลางคืนมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่มโหฬารเป็นการเลี้ยงส่งผู้เข้าร่วมประชุม

     ปัจจุบันมีพี่น้องจากประเทศไทย ดำรงตำแหน่งสำคัญในสมาคมตะกูลหวางสากลดังนี้ คือคุณสมบูรณ์ สุริยบูรพกูล เป็นรองนายกสมาคม ดร. แสงชัย โสตถีวรกุล55 และคุณทรงชัย อาชญาสิทธิ์56 เป็นกรรมการบริหาร คุณสวัสดิ์ ปฏิภาณประเสริฐ57 เป็นกรรมการควบคุม

     สมาคมตระกูลหวางแห่งประเทศไทยสนับสนุนความกตัญญูต่อบรรพชน เคารพต่อผู้สูงอายุ ความรักสามัคคี ความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมตระกูลหวางในท้องถิ่นต่างๆ และต่างประเทศ พัฒนาเยาวชน และเผยแพร่วัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยและจีน ได้ไปเยือนชมรม หรือสมาคมตระกูลหวางต่างจังหวัดหลายแห่งในทุกภาคของประเทศไทย และร่วมงานสังสรรค์ด้วยในหลายโอกาส ปัจจุบันมีชมรม มูลนิธิ หรือสมาคมตระกูลหวางในพื้นที่ต่างๆรวม 48 แห่ง ไปร่วมงานฉลองของสมาคมตระกูลหวางหลายแห่งที่ประเทศจีน และอีกหลายประเทศ และร่วมงานประชุมของสมาคมตระกูลหวางสากล


55 ดร.แสงชัย โสตถีวรกุล
56 คุณทรงชัย อาชญาสิทธิ์
57คุณสวัสดิ์ ปฏิภาณประเสริฐ
黃迨光
黃松清
黃松發

     การส่งเสริมการศึกษาบุตรหลานสมาชิก เป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติเสมอมา สมาคมฯได้จัดตั้งกองทุนให้รางวัลการศึกษาแก่ผู้มีผลการเรียนดี และให้ทุนการศึกษาแก่ผู้ขาดแคลน ในสมัยคณะกรรมการรุ่นที่ 18  นี้ได้ขยายกิจกรรมนี้ไปถึงสมาคมตระกูลหวางที่ต่างจังหวัดด้วย

ตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมถึงปัจจุบัน มีนายกสมาคม 5 ท่าน คือ

1. คุณอัมพร บูลภักดิ์
2. คุณมนู วรรณพานิชย์
3. คุณทวีวัฒน์ รัชตะทรัพย์
4. คุณบรรยง พิทักษ์พงศ์สนิท
5. คุณสมบูรณ์ สุริยบูรพกูล
เป็นนายกสมาคมรุ่นที่ 1 และ 2
เป็นนายกสมาคมรุ่นที่ 3 ถึง 7
เป็นนายกสมาคมรุ่นที่ 8 ถึง 11
เป็นนายกสมาคมรุ่นที่ 12 ถึง 16
เป็นนายกสมาคมรุ่นที่ 17 และ 18

ในการนำของนายกสมาคมตั้งแต่อดีตถึงปัจุบันได้ช่วยกันรักษา และปฎิบัติซึ่งจารีตประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของบรรพชน ประกอบพิธีไหว้บรรพชนเป็นประจำ ปีละสองครั้ง คือชุนจี้ หรือ ชุงจี่ คือประกอบพิธีไหว้บรรพชนฤดูใบไม้ผลิ และ ชิวจี้ หรือ ชิวจี่58 คือประกอบพิธีไหว้บรรพชนฤดูใบไม้ล่วง โดยไม่กำหนดวันที่แน่นอน จะประชุมหารือและเลือกวันอาทิตย์เป็นวันประกอบพิธี

     ชาวตระกูลหวางที่อยู่ต่างจังหวัด มีการก่อตั้งเป็นชมรม สมาคมในหัวเมืองต่างๆเกือบทั่วประเทศ เป็นศูนย์รวมทางจิตใจ และศูนย์สัมพันธ์ของชาวตระกูลหวางในพื้นที่นั้นๆ บางแห่งมีกำเนิดก่อนสมาคมตระกูลหวางแห่งประเทศไทย เช่นสมาคมอึ้งศรีนครปฐม59 ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ.2493 มีอายุย่างปีที่ 53 แล้ว ชมรมตระกูลหวางจังหวัดเพชรบุรี60 มีอายุประมาณ 48 ปี ศูนย์สัมพันธ์ตะกูลหวางสมุทรสาคร61 ก็ก่อตั้งในปีพ.ศ.2505 เวลาจัดงานสังสรรค์ประจำปี

58 ชิวจี้ หรือ ชิวจี่
59 สมาคมอึ้งศรีนครปฐม
60 ชมรมตระกูลหวางจังหวัดเพชรบุรี
61 ศูนย์สัมพันธ์ตระกูลหวางสมุทรสาคร
秋祭
佛統黃氏宗親會
佛丕黃氏宗親會
龍仔厝府黃氏聯絡中心

บางแห่งมีผู้ร่วมงานกว่าพันคน เกือบพันคนบ้าง หลายร้อยคนบ้าง หมู่บ้านใหญ่ๆที่เมืองจีนที่มีผู้อพยพมาอยู่ประเทศไทยมากก็มีการก่อตั้งเป็นชมรม มูลนิธิ หรือสมาคมโดยเฉพาะของชาวตระกูลหวางของหมู่บ้านนั้น

     สมาคมตระกูลหวางห้าสมาคมหกจังหวัดที่ภาคเหนือ คือจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ ลำปาง พิษณุโลก และเชียงราย-พะเยา ร่วมกันจัดงานสังสรรค์โดยหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2545 สังสรรค์ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทางสมาคมฯได้จัดคณะไปร่วมงานพร้อมมอบรางวัลและทุนการศึกษาด้วย การสังสรรค์ครั้งที่ 2 มีกำหนดจัดในปีพ.ศ.2546 โดยจังหวัดเชียงราย พะเยาเป็นเจ้าภาพ และครั้งที่ 3 4 5 มีกำหนดจัดในปีต่อๆไป โดยจังหวัดพิษณุโลก ลำปาง และแพร่เป็นเจ้าภาพตามลำดับ การที่สมาคมท้องถิ่นหลายจังหวัดในภูมิภาคเดียวกันสามารถร่วมกันจัดงานสังสรรค์ประจำปีได้เช่นนี้ เป็นเครื่องแสดงถึงความสามัคคีของพี่น้องชาวตระกูลหวาง อย่างดีเยี่ยม และเป็นตัวอย่างที่ดีที่ภูมิภาคอื่นจะจัดงานสังสรรค์ทำนองเดียวกันบ้าง

     ในโอกาสที่สมาคมตระกูลหวางแห่งประเทศไทยจัดงานฉลองครบรอบ 40 ปีของการก่อตั้ง โดยคุณสวัสดิ์ ปฏิภาณประเสริฐรับหน้าที่เป็นประธานจัดงาน คณะกรรมการมีมติให้จัดพิมพ์หนังสือที่ระลึก จึงขอรายงานตระกูลหวางของเราโดยสังเขป หากข้อมูลใดมีความคลาดเคลื่อนจากความจริง หรือไม่ครบถ้วน ผู้เขียนขอน้อมรับผิด และกรุณาให้คำชี้แนะด้วย


GO TO TOP
  Copyright © 2004 www.hwangfamily-thailand.com. All rights reserved. Powered by webspt.net